หนึ่งปัญหาเกี่ยวกับระบบการศึกษาไทยในปัจจุบัน คือเด็กจบมาแล้วยังว่างงานกันเป็นแถว ซึ่งเหตุผลของการว่างงานก็มาจากหลายปัจจัยด้วยกัน และหนึ่งในนั้นอาจจะรวมเรื่องของสาขาที่เรียนไม่ตรงตามความต้องการของตลาดด้วย โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมที่ยังขาดแคลนบุคลากรเฉพาะทาง ที่มีความรู้ความสามารถและมีคุณภาพเพียงพอ ที่จะเข้าไปช่วยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยให้มีความเข้มแข็ง EEC เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก จึงได้จับมือกับภาครัฐและเอกชน เร่งพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนของสถาบันการศึกษาในสาขาอาชีพต่าง ๆ ภายใต้โครงการ “Demand Driven Education” เพื่อป้อนเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม อันเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ วันนี้เราจึงมีความรู้เรื่อง Demand Driven Education มาแนะนำน้อง ๆ ทุกท่าน พร้อมแล้วไปศึกษาพร้อมกันเลยค่ะ

รู้จัก Demand Driven Education จบแล้วมีงานทำทันทีจริงหรือ?

EEC คืออะไรกันนะ?

อันดับแรกเราต้องรู้ก่อนว่า EEC คืออะไร ซึ่งความจริงแล้ว EEC : Eastern Economic Corridor ก็คือโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เน้นการพัฒนา 4 ด้านหลัก ๆ คือ โครงสร้างพื้นฐาน ธุรกิจอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว เมืองใหม่และชุมชน

โดยมีเป้าหมายคือ “การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจระดับโลก” ที่ต่อยอดความสำเร็จมาจากโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก หรือ “Eastern Seaboard” ที่ได้ดำเนินการมาแล้วกว่า 30 ปี ในอนาคตอันใกล้นี้ EEC เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้ประเทศมีการพัฒนาและยกระดับอุตสาหกรรมของประเทศ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับเศรษฐกิจโลกให้เติบโตได้ในระยะยาว

แล้วทำไม EEC ถึงต้องเริ่มที่ภูมิภาคนี้? อันนี้ต้องบอกว่า 3 จังหวัดที่อยู่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ถือว่าเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมและแหล่งเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ เพราะมีทั้งนิคมอุตสาหกรรมกว่า 32 แห่ง, ท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง,

ศูนย์การผลิตปิโตรเคมีขนาดใหญ่ของเอเชีย, ศูนย์กลางการผลิตยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ และยังเป็นที่ตั้งของท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภาอีกด้วย แต่ภาคตะวันออกเป็นเพียงโครงการตั้งต้นเท่านั้น ในอนาคต ECC จะเร่งพัฒนาภูมิภาคอื่น ๆ ให้กลายเป็นเขตพัฒนาพิเศษเช่นเดียวกันนั่นเอง

บัณฑิตจบใหม่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของ EEC จริงหรือไม่?

บัณฑิตจบใหม่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของ EEC จริงหรือไม่?

โครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เป็นโครงการใหญ่ที่ต้องการบุคลากรจำนวนมาก กว่า 475,000 คน ซึ่งแม้ว่าในตลาดแรงงานปัจจุบัน จะมีบัณฑิตจบใหม่มากมาย แต่ส่วนใหญ่เล้วกลับมีศักยภาพไม่ตรงตามความต้องการ จึงเป็นที่มาของการเร่งสร้างคนคุณภาพ จนเกิดเป็นหลักสูตร “DemandDriven Education” หรือการจัดการศึกษารูปแบบใหม่เพื่อผลิตกำลังคนให้ตรงความต้องการ (Demand)

เน้นสร้างคนที่มีความรู้ความสามารถในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่เป็นสำคัญ เพื่อป้อนเข้าสู่ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ, อุตสาหกรรมดิจิทัล, อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร, อุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต, อุตสาหกรรมโลจิสติกส์, อุตสาหกรรมหุ่นยนต์, อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ, อุตสาหกรรมพาณิชย์นาวี, อุตสาหกรรมระบบราง และอุตสาหกรรมการบิน นั่นเอง

แล้ว DemandDriven Education กับ EEC เกี่ยวข้องกันอย่างไร?

เรื่องนี้เรามีคำตอบ เนื่องจากรัฐบาลมุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะ EEC เพราะเป็นฐานการลงทุนส่วนใหญ่ของภาคเอกชน ดังนั้นถ้าระบบการศึกษาไทยสามารถผลิตคนคุณภาพให้ตรงตามความต้องการตามหลักสูตร “DemandDriven Education” ได้ ก็จะมีบุคลากรที่มีความสามารถป้อนเข้าสู่ 10 อาชีพอุตสาหกรรมเป้าหมายได้

ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจผลิตฮาร์ดแวร์และชิ้นส่วน, ธุรกิจบริการซอฟต์แวร์, ธุรกิจบริการข้อมูลดิจิทัล, ธุรกิจผลิตอุปกรณ์สื่อสาร, ธุรกิจบริการสื่อสาร, ธุรกิจบริการดิจิทัล, ธุรกิจซ่อมบำรุงอากาศยาน เป็นต้น ก็จะนำไปสู่การพัฒนาต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และยังช่วยเพิ่มโอกาสในการทำงานของบัณฑิตจบใหม่ได้ และนับเป็นก้าวสำคัญในการช่วยพัฒนาประเทศสู่ไทยแลนด์ 4.0 ต่อไป

หลักสูตร Demand Driven Education เรียนเกี่ยวกับอะไร?

หลักสูตร DemandDriven Education เรียนเกี่ยวกับอะไร?

  “DemandDriven” คือ หลักสูตรที่เน้นผลิตกำลังคนให้มีทักษะสูง มีความพร้อมในการทำงานตอบโจทย์ความต้องการของพื้นที่ EEC โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาและสถานประกอบการร่วมกันคัดเลือกนักเรียนหรือนักศึกษาเข้าสู่ระบบการเรียนการสอน จัดทำหลักสูตรการเรียนรู้ทั้งในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ตั้งแต่ระดับประถม อาชีวะ มัธยม และมหาวิทยาลัย รวมถึงการวางระบบงาน สร้างกฎระเบียบ มีการฝึกอบรมให้ความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ รวมทั้งต้องกำหนดเกณฑ์การจบการศึกษาที่จำเป็น เพื่อให้ผู้สำเร็จการศึกษาก้าวเข้าสู่โลกของการทำงานได้ทันทีที่เรียนจบนั่นเอง

หากเรียนหลักสูตร Demand Driven Education ดีอย่างไร?

  • ช่วยแก้ปัญหาบัณฑิตจบใหม่ล้นตลาด เพราะมีงานรองรับหลังเรียนจบ
  • ช่วยเพิ่มโอกาสการเข้าทำงานในภาคธุรกิจเอกชนที่ต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
  • ช่วยผลิตคนเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรม
  • ช่วยพัฒนาศักยภาพของครูผู้สอนให้มีการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพราะโลกมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
  • ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจไทยให้เติบโตตรงจุด ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมและเศรษฐกิจ
  • ช่วยพัฒนาประเทศไปสู่ไทยแลนด์ 4.0

สถาบันที่เข้าร่วมหลักสูตร DemandDriven Education มีที่ไหนบ้าง?

  • มหาวิทยาลัยบูรพา
  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา
  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก
  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
  • มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา
  • มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์
  • มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี
  • ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

  หากระบบการศึกษาตามหลักสูตร DemandDrivenEducation เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น และได้รับการผลักดันเข้าสู่สถานศึกษาอย่างเต็มรูปแบบ

เราเชื่อว่ามันจะช่วยพัฒนาคนที่มีคุณภาพเข้าสู่โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกได้โดยตรง และปัญหานักศึกษาจบใหม่ว่างงานที่ต้องเจอในปัจจุบัน ก็จะหมดไปโดยเร็ว คราวนี้ก็มาต่อกันที่ ความลับของสล็อตออนไลน์ ที่คาสิโนไม่อยากให้คุณรู้

บทความแนะนำ : ศิลปะกับการแกะสลักผักและผลไม้

By Ava