ศิลปะกับการแกะสลักผักและผลไม้

ศิลปะกับการแกะสลักผักและผลไม้

ศิลปะกับการแกะสลักผักและผลไม้ มื้ออาหารที่ดี นอกจากจะต้องมีรสชาติที่อร่อยแล้ว รูปร่างหน้าตาก็ต้องน่ารับประทานไม่แพ้กัน ศิลปะการจัดตกแต่งอาหารจึงเป็นสิ่งที่ผู้คนให้ความสำคัญ และหนึ่งในกลวิธีที่ถูกนำมาใช้ในการประดับจานอาหารก็คือ ‘การแกะสลักผักผลไม้’ ซึ่งเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่อยู่คู่กับครัวไทยมาตั้งแต่อดีต โดยต้องใช้ความละเอียดอ่อน ประณีต และทักษะขั้นสูง เพื่อรังสรรค์ให้ผักผลไม้ธรรมดาๆ กลายเป็นงานศิลปะที่วิจิตรตระการตา

มื้ออาหารที่ดี นอกจากจะต้องมีรสชาติที่อร่อยแล้ว รูปร่างหน้าตาก็ต้องน่ารับประทานไม่แพ้กัน ศิลปะการจัดตกแต่งอาหารจึงเป็นสิ่งที่ผู้คนให้ความสำคัญ และหนึ่งในกลวิธีที่ถูกนำมาใช้ในการประดับจานอาหารก็คือ ‘การแกะสลักผักผลไม้’ ซึ่งเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่อยู่คู่กับครัวไทยมาตั้งแต่อดีต โดยต้องใช้ความละเอียดอ่อน ประณีต และทักษะขั้นสูง เพื่อรังสรรค์ให้ผักผลไม้ธรรมดาๆ กลายเป็นงานศิลปะที่วิจิตรตระการตา

การแกะสลักผักและผลไม้นิยมทำกันมาหลายร้อยปีแล้ว ในสมัยโบราณ ผู้หญิงไทยส่วนมากไม่ได้เรียนหนังสือนอกบ้าน ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับบ้าน เพื่อฝึกหัดทำอาหารหวานคาว ทำดอกไม้ เย็บปักถักร้อย ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นผู้หญิงมีเวลาที่จะเรียนการประดิษฐ์ผักและผลไม้ต่อเนื่องกันจนมีความชำนาญสามารถสอนลูกหลานต่อ ๆ กันมาจนนับเป็นวัฒนธรรมของไทย

การแกะสลักผักและผลไม้มิใช่เป็นเรื่องยาก เพียงแต่ผู้ฝึกใช้มีดเล่มเดียวก็สามารถเรียนรู้ด้วยตนเองได้ ถ้าผู้ฝึกมีความสนใจและหมั่นเพียรฝึกทำบ่อย ๆ ก็จะเกิดความชำนาญและได้ผลงานออกมาอย่างสวยงาม ทำให้ผู้ฝึกมีกำลังใจที่จะทำต่อไป รวมทั้งทำให้มีความคิดดัดแปลงแก้ไขตลอดจนคิดทำสิ่งใหม่ ๆ แปลก ๆ อยู่เสมอ

ศิลปะกับการแกะสลักผักและผลไม้

ประวัติความเป็นมา

งานศิลปะดั้งเดิมของไทยนั้นมีอยู่มากมายหลายอย่างหลายแขนง การแกะสลักก็เป็นงานศิลปะอย่างหนึ่งที่ถือเป็นมรดกมีค่าที่สืบทอดกันมาช้านาน เป็นงานฝีมือที่ต้องใช้ความถนัด สมาธิ ความสามารถเฉพาะตัว และความละเอียดอ่อนมาก การแกะสลักผักและผลไม้ เป็นการแสดงออกทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ประจำของชาติไทยเลยทีเดียว ซึ่งไม่มีชาติใดสามารถเทียบเทียมได้ แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดในปัจจุบันนี้คงจะเป็นเรื่องของการอนุรักษ์ ศิลปะแขนงนี้ที่มีแนวโน้มจะสูญหายไปและลดน้อยลงไปเรื่อยๆ

การแกะสลักผักและผลไม้เดิมเป็นวิชาที่เรียนขั้นสูงของ กุลสตรีในรั้วในวัง ที่ต้องมีการฝึกฝนและเรียนรู้จนเกิดความชำนาญ บรรพบุรุษของไทยเราได้มีการแกะสลักกัน มานานแล้ว แต่จะเริ่มกันมาตั้งแต่สมัยใดนั้น ไม่มีใครรู้แน่ชัด เนื่องจากไม่มีหลักฐานแน่ชัด จนถึงในสมัยสุโขทัยเป็นราชธานี ในสมัยของสมเด็จพระร่วงเจ้า ได้มีนางสนมคนหนึ่งชื่อ นางนพมาศ หรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์ ได้แต่งหนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่า ตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ขึ้น และในหนังสือเล่มนี้ ได้พูดถึงพิธีต่าง ๆ ไว้ และพิธีหนึ่ง เรียกว่า พระราชพิธีจองเปรียงในวันเพ็ญเดือนสิบสอง เป็นพิธีโคมลอย นางนพมาศได้คิดตกแต่งโคมลอยที่งดงามประหลาดกว่าโคมของพระสนมคนอื่นทั้งปวง และได้เลือกดอกไม้สีต่าง ๆ ประดับให้เป็นลวดลายแล้วจึงนำเอาผลไม้ มาแกะสลักเป็นนกและหงส์ให้เกาะเกสรดอกไม้อยู่ตามกลีบดอก เป็นระเบียบสวยงามไปด้วยสีสันสดสวย ชวนน่ามองยิ่งนัก รวมทั้งเสียบธูปเทียน จึงได้มีหลักฐานการแกะสลักมาตั้งแต่สมัยนั้น

ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงโปรดการประพันธ์ยิ่งนัก พระองค์ทรงพระราชนิพนธ์กาพย์แห่ชมเครื่องคาวหวาน และแห่ชมผลไม้ได้พรรณนา ชมฝีมือการทำอาหาร การปอกคว้านผลไม้ และประดิดประดอยขนมสวยงาม และอร่อยทั้งหลาย ว่าเป็นฝีมืองามเลิศของสตรีชาววังสมัยนั้น และทรงพระราชนิพนธ์บทละครเรื่อง สังข์ทอง พระองค์ทรงบรรยายตอนนางจันทร์เทวี แกะสลักชิ้นฟักเป็นเรื่องราวของนางกับพระสังข์ นอกจากนั้นยังมีปรากฏในวรรณกรรมไทยแทบ ทุกเรื่อง เมื่อเอ่ยถึงตัวนางซึ่งเป็นตัวเอกของเรื่องว่า มีคุณสมบัติของกุลสตรี เพรียกพร้อมด้วยฝีมือการปรุงแต่งประกอบอาหารประดิดประดอยให้สวยงามทั้งมี ฝีมือในการประดิษฐ์งานช่างทั้งปวง ทำให้ทราบว่า กุลสตรีสมัยนั้นได้รับการฝึกฝนให้พิถีพิถันกับการจัดตกแต่งผัก ผลไม้ และการปรุงแต่งอาหารเป็นพิเศษ จากข้อความนี้น่าจะเป็นที่ยืนยันได้ว่า การแกะสลักผัก ผลไม้ เป็นศิลปะของไทยที่กุลสตรีในสมัยก่อนมีการฝึกหัด เรียนรู้ผู้ใดฝึกหัดจนเกิดความชำนาญ ก็จะได้รับการยกย่อง

งานแกะสลักใช้กับของอ่อน สลักออกมาเป็นลวดลายต่างๆอย่างงดงาม มีสลักผัก สลักผลไม้ สลักหยวกกล้วยถือเป็นงานช่างฝีมือของคนไทยที่มีมาแต่โบราณ งานสลักจึงอยู่ในงานช่าง 10 หมู่ เรียกว่า ช่างสลัก ในช่างสลักแบ่งออกย่อย คือ ช่างฉลุ ช่างกระดาษ ช่างหยวก ช่างเครื่องสด ส่วนช่างอีก 9 หมู่ที่เหลือได้แก่ ช่างแกะ ที่มีทั้งช่างแกะตรา ช่างแกะลาย ช่างแกะพระหรือภาพช่างหุ่น มีช่างไม้ ช่างไม้สูง ช่างปากไม้ ช่างปั้น มีช่างขี้ผึ้ง ช่างปูน เป็นช่างขึ้นรูปปูน มีช่างปั้น ช่างปูนก่อ ช่างปูนลอย ช่างปั้นปูน ช่างรัก มีช่างลงรัก มีปิดทอง ช่างประดับกระจก ช่างมุก ช่างบุ บุบาตรพระเพียงอย่างเดียว ช่างกลึง มีช่างไม้ ช่างหล่อ มีช่างหุ่นดิน ช่างขี้ผึ้ง ช่างผสมโลหะ ช่างเขียน มีช่างเขียน ช่างปิดทอง

ศิลปะกับการแกะสลักผักและผลไม้

ศิลปะขึ้นโต๊ะสู่ช่างสิบหมู่

ต่อมาการแกะสลักผักผลไม้ของไทยได้ถูกบรรจุเป็นหนึ่งในศาสตร์ของ ‘ช่างสิบหมู่’ ซึ่งนับเป็นกลุ่มช่างที่เป็นผู้มีฝีมือ ความสามารถ และความชำนาญในการสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นศิลปกรรม อันถือเป็นประณีตศิลป์และวิจิตรศิลป์อย่างโดดเด่น โดยงานศิลปะประเภทนี้จะจัดอยู่ในงานของ  ‘ช่างแกะ’ ประเภท  ‘งานแกะเครื่องสด’  เป็นงานที่ใช้ความประณีตบรรจงและความชำนิชำนาญอย่างมาก เพราะโดยส่วนใหญ่แล้ว งานแกะสลักผักผลไม้ของไทยจะใช้มีดแกะสลักเพียงเล่มเดียวเท่านั้น และยังต้องทำงานแข่งกับเวลา เพื่อไม่ให้ผักผลไม้สดที่นำมาใช้เหี่ยวเฉาหรือช้ำไปเสียก่อน 

เรื่องราวผ่านลายแกะสลักทั่วโลก

งานศิลปะเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงเอกลักษณ์และความแตกต่างทางวัฒนธรรมของแต่ละชาติ ซึ่งการแกะสลักผักผลไม้ก็ถือเป็นผลงานทางศิลปะและจัดอยู่ในเทคนิคการประกอบอาหารที่ผู้คนใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน โดยมีจุดประสงค์เพื่อแต่งเติมความสวยงามให้แก่มื้ออาหารที่มีรูปแบบแตกต่างกันออกไปตามวัฒนธรรมของแต่ละแห่ง ช่วยเพิ่มคุณค่าและมูลค่าให้กับอาหาร ทั้งเป็นการแสดงออกทางวัฒนธรรมที่เป็นอัตลักษณ์ประจำของชาติ ขณะที่เบื้องหลังลวดลายแกะสลักที่แตกต่างกัน ยังสะท้อนถึงภูมิหลังและเรื่องราวทางความเชื่อและวัฒนธรรมของแต่ละชนชาติอีกด้วย เช่นของไทย จะนิยมแกะสลักด้วยลวดลายที่แสดงออกถึงความเป็นไทย เช่น ลายรวงข้าว ลายดอกรักเร่ หรือ ดอกบานชื่น เป็นต้น

ศิลปะการแกะสลักในประเทศญี่ปุ่น

ดินแดนอาทิตย์อุทัยอันขึ้นชื่อด้านศิลปวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ก็มีศิลปะการแกะสลักผักผลไม้แบบดั้งเดิมที่เรียกว่า ‘มุกิโมโนะ’ (剥き物) ซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูงในช่วงศตวรรษที่ 16 หรือ สมัยเอโดะ โดยช่างแกะจะนำผักหรือผลไม้ต่าง ๆ อย่างแครอทและมะเขือมาแกะสลักด้วยลวดลายแบบญี่ปุ่น เช่น ลายดอกซากุระ ลายพัด ลายคลื่น หรือ นำมาแกะเป็นรูปสัตว์ประเภทต่าง ๆ เพื่อนำไปตกแต่งเพิ่มความสวยงามให้จานอาหาร และเนื่องจากชาวญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับวัตถุดิบที่นำมาใช้ประกอบอาหาร ซึ่งมีความหลากหลายและหมุนเวียนสับเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ผักผลไม้แกะสลักที่นำมาตกแต่งจึงเป็นส่วนที่จะช่วยแสดงออกถึงอารมณ์และความรู้สึกของฤดูกาลที่แตกต่างกัน และช่วยทำให้รูปลักษณ์ของอาหารมื้อนั้นน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น

ศิลปะกับการแกะสลักผักและผลไม้

ศิลปะการแกะสลักในประเทศจีน

จีนเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมสืบทอดมาอย่างยาวนาน และหนึ่งในสิ่งที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาก็คือการแกะสลักผักผลไม้ หรือที่เรียกว่า ‘ฉุยกั่วเตียวเค้อ’ (水果雕刻) คาดว่ามีต้นกำเนิดมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง หรือ ช่วงศตวรรษที่ 7 โดยศิลปะการแกะสลักผักผลไม้แบบจีน มักจะทำเป็นรูปสัตว์มงคลต่าง ๆ ตามความเชื่อของชาวจีน เช่น เต่า มังกร หรือ หงส์ ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ใช้กันอย่างแพร่หลายตามโอกาสพิเศษต่าง ๆ ภายในครอบครัวไปจนถึงพระราชพิธีสำคัญในวังหลวง เพราะนอกจากจะใช้สร้างความสวยงามแล้ว การแกะสลักยังถือเป็นสื่อกลางในการเล่าเรื่องราวและตำนานของชาวจีนอีกด้วย

ในยุคที่อาหารอร่อยอย่างเดียวไม่ได้ แต่ยังต้องสวยงามด้วย งานแกะสลักจึงเป็นเหมือนปราการด่านแรกในการดึงดูดความสนใจจากนักชิม ดังนั้นการแกะสลักผักผลไม้จึงไม่ได้ใช้เพื่อเพิ่มมูลค่าและเพิ่มความสุนทรีย์ให้กับมื้ออาหาร แต่ยังเป็นศาสตร์งานฝีมือที่แสดงออกถึงความสร้างสรรค์ และบ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมไปพร้อม ๆ กัน

รวม 9 เกม แนวยิงสุดมันส์ ในโทรศัพท์แอนดรอยด์ หนึ่งในแนวเกมที่ได้รับความนิยมบนโลกของเกมมือถือ ก็คือแนวเดินหน้ายิง โดยเฉพาะแบบ FPS ที่เรารับบทบาทเป็นผู้เล่น

บทความน่าสนใจ : รู้จัก Edtech ธุรกิจทางการศึกษาในยุคสมัยใหม่

By Losa