ระบบการศึกษา “ประเทศเกาหลีใต้” ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

ระบบการศึกษา “ประเทศเกาหลีใต้” ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน หากจะพูดถึงประเทศเกาหลีใต้สิ่งที่โดดเด่นนอกจากอุตสาหกรรมบันเทิงแล้ว อีกอย่างที่โดดเด่นเลยก็คือระบบการศึกษา โดยเกาหลีใต้ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีระบบโรงเรียนที่ดีที่สุดในโลก ซึ่งระบบการเรียนการศึกษาของเขานั้นถือว่าเข้มข้นและเข้มงวดมาก ๆ โดยในวันที่มีการสอบเข้ามหาลัยของประเทศเกาหลีใต้ รัฐบาลจะถือให้เป็นวาระแห่งชาติกันเลยทีเดียว คือหากมีสิ่งใดที่จะมีผลกระทบต่อการสอบและทำให้นักเรียนนั้นเสียสมาธิ จะต้องหยุดทำการทั้งหมดไม่มีข้อยกเว้น วันนี้เราเลยจะพาเพื่อน ๆ  ไปทำความรู้จักกับระบบการศึกษาของเกาหลีใต้กันให้มากยิ่งขึ้น ถ้าพร้อมแล้วก็ตามไปดูกันเลยค่ะ

เนื้อหา-1
ระบบการศึกษาของเกาหลีใต้

นักเรียนของเกาหลีใต้ช่วงอายุ 6 – 15 ปี ต้องเรียนการศึกษาภาคบังคับในระดับประถมศึกษาจำนวน 6 ปี และระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจำนวน 3 ปี หลังจากนั้น นักเรียนอาจจะเข้าเรียนต่อระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (Senior high school) ซึ่งอาจเป็นสายวิชาสามัญ หรือสายอาชีวศึกษา หรือโรงเรียนที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ (Specialists / Special purpose) ที่มีหลักสูตรที่เน้นเป็นพิเศษต่างกัน เช่น วิทยาศาสตร์ หรือภาษาต่างประเทศ เป็นต้น โรงเรียนประเภทนี้มักมีอำนาจอิสระของโรงเรียนสูงกว่าปกติ

การรับนักเรียนเข้าโรงเรียน

เกาหลีใต้มีวิธีปฏิบัติที่น่าสนใจ คือ การรับเข้าโรงเรียนโดยไม่ใช้วิธีการสอบคัดเลือก เช่น การให้สิทธิในพื้นที่เท่า ๆ กัน และใช้คอมพิวเตอร์สุ่มเลือกนักเรียน วิธีนี้ถูกใช้รวมทั้งในเมืองใหญ่ ๆ ในเขตเมืองหลวงและปริมณฑล แม้แต่โรงเรียนที่มีวัตถุประสงค์พิเศษก็ใช้วิธีนี้ นักเรียนจึงไม่ต้องเผชิญกับการสอบที่กดดันมากในตอนนี้ ส่วนวิธีการรับอื่น ๆ มีทั้งการดูระเบียนจากโรงเรียนเก่า มีโรงเรียนจำนวนน้อยที่สอบคัดเลือกโดยข้อสอบของโรงเรียนซึ่งมักเป็นโรงเรียนอาชีวศึกษาเพราะต้องดูความถนัดของนักเรียนประกอบด้วย

ผลการประเมินเปรียบเทียบในระดับนานาชาติ

เกาหลีใต้มีคะแนนอยู่ในกลุ่มบนสุดของการประเมินผลในโครงการ PISA นับตั้งแต่การประเมินใน PISA 2000 เป็นต้นมา และในการจัดอันดับครั้งล่าสุดใน ค.ศ. 2014 ของ Pearson Education Ranking ก็จัดให้การศึกษาของเกาหลีใต้อยู่ในอันดับหนึ่ง (ในครั้งก่อนหน้า ค.ศ. 2012 ฟินแลนด์เป็นอันดับหนึ่ง) จึงถือได้ว่าระบบการศึกษาของเกาหลีใต้เป็นระบบที่ดีที่สุดในโลกระบบหนึ่ง แม้ว่าเกาหลีใต้และฟินแลนด์จะมีความแตกต่างกันอย่างมากในวิธีการเรียนการสอน แต่สิ่งที่สองประเทศนี้มีเหมือนกัน คือ การให้คุณค่าสูงสุดกับการศึกษา การให้เกียรติ และยกย่องครูว่าครูคือกุญแจไปสู่ความสำเร็จ พ่อแม่สนใจและมีความคาดหวังสูงกับการศึกษาของบุตรหลาน

ครูคือปัจจัยความสำเร็จของเกาหลีใต้ ความจริงประการแรก คือ การให้คุณค่าและความสำคัญของการศึกษาที่ยกย่องให้การศึกษาเป็นพื้นฐานของทุกอย่างรวมทั้งของชีวิตด้วย ประการที่สอง ครู คือ ปัจจัยความสำเร็จของเกาหลีใต้ ครูเกาหลีใต้ถูกคัดเลือกมาจากคนที่เก่งที่สุด กว่าจะผ่านเข้าไปเป็นนักเรียนครูได้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนักเรียนที่มีคะแนนสูง 5% บนเท่านั้นที่มีสิทธิเข้าศึกษาในสถาบันผลิตครู เมื่อเข้าทำงาน ครูจึงไม่ได้มีหน้าที่ทำตามคำบอก แต่มีอิสระและมีความมุ่งมั่นเสียสละในการทำงานสูงและทำงานอย่างหนัก ครูเกาหลีมีเวลาทำงานอย่างเป็นทางการตั้งแต่ 07.30 น. ถึง 17.30 น. อีกทั้งในเกาหลีใต้ ครูมีสถานะทางสังคมสูง มีค่าตอบแทน และมีความมั่นคงในอาชีพสูงมาก คนเกาหลีใต้รุ่นใหม่ส่วนมากจึงต้องการเข้าสู่อาชีพครู ซึ่งตรงกันข้ามกับไทย จากการสำรวจของ PISA 2006 ที่มีนักเรียนเพียง 5% เท่านั้นที่ตอบว่าอยากเป็นครู และยังเป็นนักเรียนกลุ่มคะแนนต่ำอีกด้วย

เนื้อหา-2
นักเรียนเกาหลีใต้เขาเรียนกันอย่างไร

ถ้านักเรียนไทยรู้ความจริงเกี่ยวกับการเรียนของนักเรียนเกาหลีใต้แล้วอาจตกใจด้วยนึกไม่ถึงว่านักเรียนเกาหลีใต้เรียนกันอย่างทรหดเพียงใด และนี่คือสิ่งที่นักเรียนเกาหลีใต้ต้องต่อสู้

  • นักเรียนเกาหลีใต้เรียนวันละ 14 – 16 ชั่วโมงหรือมากกว่า นักเรียนเกาหลีใต้เห็นว่าการเรียนมีความสำคัญอย่างยิ่งและเอาจริงเอาจังกับการเรียนสูงมาก นักเรียนใช้เวลาเรียนมากกว่า 14 ชั่วโมงต่อวัน คือ ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ถึง 16.30 น. ในเวลาเรียนปกติ แล้วยังต้องเรียนพิเศษอีกในตอนเย็นจนถึงสี่หรือห้าทุ่ม และยังมีการบ้านที่ต้องทำอีก แม้ว่าเวลาเรียนปกติของนักเรียนเกาหลีใต้ก็สูงกว่าค่าเฉลี่ย OECD อยู่แล้วก็ตาม คือ 134 ชั่วโมงต่อปี
  • The All-Work, No-Play Culture คือ วัฒนธรรมของเกาหลีใต้ที่ต้องทำทุกสิ่งทุกอย่างอย่างจริงจัง การเรียนก็เช่นเดียวกัน ระบบการเรียนของเกาหลีใต้ถูกขับเคลื่อนด้วยการสอบ มีการสอบที่สำคัญ ๆ บ่อยครั้งมาก การเรียนของนักเรียนจึงถูกกดดันภายใต้การสอบ เพราะต้องมีการสอบตลอดเวลาและนักเรียนต้องสอบให้ผ่าน การสอบตกเป็นสิ่งที่รับไม่ได้ ทั้งตัวนักเรียนเองและพ่อแม่ ซึ่งตรงกันข้ามกับระบบของฟินแลนด์ที่ไม่ให้ความสำคัญกับการสอบ แต่ปล่อยให้นักเรียนเรียนอย่างไม่มีความกดดัน
  • นอกจากความกดดันที่โรงเรียนแล้วความสำเร็จในการศึกษาเป็นสิ่งที่พ่อแม่ของนักเรียนเกาหลีใต้คาดหวังอย่างสูง ทั้งนี้ จุดหมายของการเรียน คือ “ต้องสอบเข้าระดับวิทยาลัยให้ได้” ซึ่งการสอบเข้าสถาบันการศึกษาระดับสูงต่าง ๆ มีการแข่งขันสูงมาก นักเรียนจึงเรียนจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน ตามข้อมูลของ OECD พ่อแม่เกาหลีใต้เกือบร้อยละ 90 คาดหวังว่าลูกจะต้องเรียนจบมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นค่าที่สูงกว่าทุกประเทศ
  • นักเรียนเกาหลีใต้ส่วนมากเรียนพิเศษหลังเวลาเรียนปกติ แต่การเรียนพิเศษออกจะแตกต่างกับของไทยอยู่บ้าง กล่าวคือ เกาหลีใต้เคยมีโรงเรียนกวดวิชา (Hagwons) มากเหมือนประเทศไทย แต่รัฐบาลไม่ยินดีและไม่สนับสนุน รัฐจึงพยายามออกมาตรการจำกัดต่าง ๆ เป็นต้นว่า พ่อแม่และนักเรียนจึงกดดันให้โรงเรียนปกติของนักเรียนต้องจัดชั้นเรียนพิเศษในโรงเรียนขึ้นในตอนเย็น หรืออีกทางหนึ่ง
  • ถ้าใครคิดว่าวันเสาร์เป็นวันหยุดของนักเรียนเกาหลีใต้แล้ว นั่นเป็นการคิดผิด นักเรียนเกาหลีใต้เรียนตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันเสาร์ นอกจากวันอาทิตย์วันเดียวเท่านั้นที่เป็นวันหยุด แม้ในปัจจุบันมีโรงเรียนรัฐบาลเริ่มให้มีการหยุดเรียนในวันเสาร์บ้างเดือนละสองสัปดาห์ แต่ก็ยังไม่เหมือนกันทั้งหมด
  • ประธานธนาคารโลกเสนอแนะให้เกาหลีใต้ลดการแข่งขันทางการศึกษา ลดความเครียดของนักเรียน และเลิกการสอนพิเศษ แม้ว่าเกาหลีใต้จะเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้ และต้องการปฏิรูปการศึกษาอีกครั้ง แต่คะแนนที่สูงใน PISA เป็นเกียรติยศที่ค้ำอยู่ และเป็นข้ออ้างที่ฝ่ายต่อต้านการปฏิรูปใช้เป็นข้ออ้างทำให้รัฐมนตรีหลายสมัยไม่กล้าตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงใด ๆ
เนื้อหา-3

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับระบบการศึกษาของประเทศเกาหลีใต้ ที่เราได้รวบรวมมาให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักกัน โดยในประเทศเกาหลีใต้นั้นให้ความสำคัญเกี่ยวกับการศึกษามาก ๆ ซึ่งแน่นอนว่ามันมีทั้งผลดีและผลเสีย เพราะไม่ใช่ว่าเด็กทุกคนจะเก่งด้านวิชาการทั้งหมด มันจึงอาจจะส่งผลให้เด็กในกดดันมาก ๆ ซึ่งเราจะเห็นได้อยู่บ่อย ๆ ในซีรีส์เกาหลีเกี่ยวกับการศึกษาของเกาหลีที่เข้มงวด โดยเฉพาะจากพ่อแม่ อีกทั้งเกาหลียังมีความเชื่อที่ว่า การศึกษานั้นจะเป็นตัวบ่งบอกถึงอนาคตการทำงาน ฐานะทางสังคม และการเลือกคู่ครองอีกด้วย ถือว่าโหดมาก ๆ

บทความแนะนำ

เริ่มต้นเรียน “ ภาษาจีน ” ผ่านคำศัพท์เบื้องต้น

Smart City เมืองอัจฉริยะ กับพื้นฐานทางเทคโนยีที่สำคัญ!

By kusuma