Home School ระบบการศึกษาที่ไม่นิยมในประเทศไทย

จริงๆแล้วการศึกษาไม่ได้จบแค่ในโรงเรียนเสมอไป การเรียน Home school อาจจะตอบโจทย์เด็กบางประเภทก็เป็นได้ ทำให้ในหลายๆประเทศมีการเรียนแบบ Home school อย่างแพร่หลาย แต่ Home School ก็เป็น ระบบการศึกษาที่ไม่นิยมในประเทศไทย เรามาติดตามกันเถอะว่า Home School คืออะไร

Home School ระบบการศึกษาที่ไม่นิยมในประเทศไทย

Home School คืออะไร

Home School ( หรือ การศึกษาโดยครอบครัว ) คือ การเรียนที่คุณพ่อคุณแม่ได้จัดขึ้นสำหรับลูกๆ โดยมีสิทธิคุ้มครองตามกฎหมาย ซึ่งมีรูปแบบการจัดการศึกษาแบบใดแบบหนึ่งหรือทั้งสามรูปแบบ ของการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย สามารถเทียบโอนผลการศึกษาได้

Home School

โดยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ได้ระบุประเภท ในการจัดการศึกษาในประเทศไทย ไว้ 3 ประเภท ได้แก่

  • การจัดการศึกษาในระบบห้องเรียน
  • การจัดการศึกษานอกระบบห้องเรียน
  • การจัดการศึกษาตามอัธยาศัย

โดยประชาชนสามารถเลือกรูปแบบเองได้ แต่อย่างที่ทราบกันดีว่า ในประเทศไทยจะเลือกเรียนระบบในห้องเรียนเป็นส่วนใหญ่ แต่ว่ายุคปัจจุบันความคิดหลายๆ อย่างได้เปลี่ยนไป ครอบครัวหลายครอบครัว อาจขาดความเชื่อมั่นต่อประสิทธิภาพการศึกษาในระบบห้องเรียน เพราะได้รับข่าวสารจากสื่อต่างๆในแง่ถอยหลังลงคลองเข้าทุกวัน  จึงทำให้ผู้ปกครองหลายๆท่านหันมาให้ความสนใจ การศึกษาแบบ Home School เนื่องจากสามารถเลือกรูปแบบการเรียนได้ด้วยตนเอง

เด็กจะได้เรียนหนังสืออยู่กับบ้าน ส่วนใหญ่มีผู้ปกครองเป็นคนสอน จัดรูปแบบการศึกษาได้เองอย่างอิสระ โดยมุ่งเน้นที่ความสนใจของเด็กเป็นสำคัญ เลือกวิชาที่เด็กชอบ หรือถนัด นอกจากนี้ยังสามารถพาลูกออกไปทำกิจกรรมเพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์ได้อีกด้วย แต่ก่อนจะทำการสอน ไม่ใช่ว่าทำเองได้เลย แต่จะต้องทำการลงทะเบียน รวมทั้งปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดไว้ให้ได้

Homeschool เรียนอะไรบ้าง

นอกจากความสนใจของตัวเด็กที่พ่อแม่ต้องยึดเป็นหลักสำคัญแล้ว ยกตัวอย่างเช่น เด็กสนใจเรื่องงานศิลปะ ก็อาจจะเริ่มจากให้วาดภาพจากสิ่งของใกล้ตัว จากธรรมชาติ พาไปขยายความรู้เพิ่มเติมด้วยการพาออกไปดูศิลปะในแขนงต่างๆ อาจจะที่พิพิธภัณฑ์ หรือนักวาดทั่วๆไป ให้เขาได้เห็นได้พูดคุย กับคนที่มีประสบการณ์

นอกจากนี้ในบทเรียน หรือหน่วยการเรียนหนึ่งๆ จะมีการนำวิชาต่างๆ เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ศิลปะ ภูมิศาสตร์ มารวมไว้ในหัวข้อเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น ในหน่วยการเรียนเรื่องช็อกโกแลต สำหรับวิชาวรรณกรรมจะเรียนวรรณกรรมเยาวชนเกี่ยวกับช็อคโกแล็ต อย่างชาลีกับโรงงานช็อคโกแล็ต ในวิชาศิลปะจะเรียนเรื่องการทำลายห่อช็อคโกแล็ต  ในวิชาคณิตศาสตร์จะสอนเรื่องการชั่ง ตวงช็อคโกแล็ต เป็นต้น

Home School

ลักษณะเด่นของ Home School

  • เป็นการจัดการเรียนที่พ่อแม่จะรับผิดชอบโดยตรง เป็นการจัดการศึกษาเองทั้งหมด หรือจัดร่วมกันระหว่างครอบครัวกับโรงเรียน
  • มีการจัดตั้งเป็นศูนย์การเรียนครอบครัวเดี่ยว หรือศูนย์การเรียนกลุ่มครอบครัว ( บางครอบครัวอาจเลือกที่จะไม่เป็นศูนย์การเรียนก็เป็นไปได้ )
  • วิธีการเรียนแบบนี้จะตอบสนองต่อความสนใจ ความต้องการหรือปัญหาของแต่ละครอบครัวที่มีความแตกต่างหลากหลายกันไป จึงมีความยืดหยุ่นค่ะ
  • ความสำเร็จของการศึกษาจะเน้นเป็นรายบุคคล ซึ่งสอดคล้องกับความถนัด ความสนใจ และความต้องการที่มีอยู่จริง เป็นการเรียนรู้แบบตัวต่อตัว และสอดคล้องกับวิถีการดำเนินชีวิต
  • ไม่ใช่การศึกษาเพื่อผลกำไร และไม่เป็นไปเพื่อการแอบอ้างแสวงหาผลประโยชน์จากเด็ก

การเตรียมตัวเพื่อศึกษาแบบ Home School

  • คุณพ่อและคุณแม่ต้องมีความตั้งใจ ชัดเจนหนักแน่นและเห็นพ้องต้องกันอย่างแท้จริง อีกทั้งยังจำเป็นต้องศึกษาทำความเข้าใจถึงการศึกษาทางเลือกนี้ให้ดีก่อนเสียก่อนค่ะ
  • ต้องสำรวจความพร้อมของคุณพ่อและคุณแม่ด้วยว่ามีจิตใจมุ่งมั่นที่จะทำหน้าที่ครูของลูก ให้เวลากับการเรียนรู้ของลูกอย่างเต็มที่ มีความพร้อมที่จะเรียนรู้ร่วมไปกับลูก ใฝ่รู้และตั้งใจที่จะศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับวิธีการสอนตลอดเวลาหรือยัง เพราะคุณพ่อและคุณแม่ถือเป็นกุญแจสำคัญสำรับการศึกษาในระบบนี้
  • คุณพ่อและคุณแม่ต้องเป็นนักจัดการที่ดี ทั้งการวางแผนการเรียนรู้ของลูก การจัดสภาพสิ่งแวดล้อมของบ้านให้เอื้อต่อการเรียนรู้ การจัดโอกาสให้ลูกได้มีปฏิสัมพันธ์กับเด็กด้วยกันเพื่อมีทักษะทางสังคม การค้นคว้าหาแหล่งเรียนรู้ทั้งสถานที่และตัวบุคคล การติดต่อประสานงานกับกลุ่มโฮมสคูล กลุ่มสนับสนุน โรงเรียนที่ลูกจะขึ้นทะเบียนเพื่อการเทียบโอนกับระบบโรงเรียน
  • ต้องรักษาวินัยทั้งกับคุณพ่อคุณแม่และลูก จะได้เรียนรู้อย่างเต็มที่
  • เข้าใจพัฒนาการตามวัยของลูก เพื่อจัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องตามช่วงวัย เช่น
    • ในวัยแรกเกิดถึงวัยอนุบาลเป็น ช่วงเวลาของการสร้างเสริมพัฒนาการทุกๆ ด้าน เพื่อเป็นรากฐานที่ถูกต้องมั่นคงของชีวิต
    • ในระดับประถมศึกษาเป็นเวลาแห่งการเรียนรู้พื้นฐาน ทุกวิชาและพัฒนาจริยธรรม
    • ช่วงมัธยมศึกษาก็เป็นช่วงเวลาแห่งการสำรวจ ค้นหาความสนใจ และความถนัด เป็นต้น
  • พร้อมจะให้เวลาคุณภาพกับลูก ในการอบรมบ่มนิสัยลูก สอดแทรกผ่านกิจกรรมการเรียนรู้หรือการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น
    • งานบ้านอย่างการล้างจาน ก็ช่วยฝึกเด็กให้รู้จักหน้าที่ รู้รับผิดชอบต่อตัวเอง ต่อส่วนรวมคือคนในบ้าน
    • เด็กจำเป็นต้องได้พัฒนาตัวเองในทุกแง่มุมไม่ใช่แค่เรื่องวิชาการ แต่รวมถึงเรื่องของทักษะชีวิต จริยธรรม
    • ต้องฝึกลูกให้มีความมั่นคงทางความคิด ทางอารมณ์ และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า พร้อมปรับตัวเข้าสังคมได้ เป็นต้น
Home School

ขั้นตอนการเรียนการสอนแบบ Home School

  1. เตรียมความพร้อมโดยศึกษาข้อมูลความรู้ ในระดับพัฒนาการของลูก และค้นหาความสนใจพิเศษ
  2. ยื่นขอข้อมูลและระเบียบการได้จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตามที่คุณอาศัยอยู่ เพื่อทำหลักสูตรหรือแผนการสอนของลูก
  3. หลักฐานวุฒิการศึกษาของผู้ปกครองต้องไม่ต่ำกว่ามัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า
  4. หากเด็กมีความบกพร่องอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น อ่อนคณิตศาสตร์ ทางเขตจะให้ระยะเวลาซ่อมเสริม เพื่อประเมินใหม่อีกครั้ง
  5. ให้ครอบครัวประเมินความรู้ของเด็กตามหลักเกณฑ์ในหลักสูตรขั้นพื้นฐาน โดยทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจะตรวจสอบปีละ 1 ครั้ง ว่ามีพัฒนาการตรงตามที่ครอบครัวประเมินไว้หรือไม่ และกำหนดความสามารถของเด็กว่าเทียบได้ในระดับชั้นใด
  6. หากครอบครัวใดมีความพร้อมลดลง ไม่สามารถทำโฮมสคูลให้ลูกได้ เด็กสามารถเข้าเรียนในโรงเรียนได้ตามปกติ ตามระดับชั้นที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาได้เทียบไว้

บทความที่น่าสนใจกับ แนะนำ 4 เกมสนุก ๆ เอาไว้เล่นกับเพื่อนซี้กันได้ที่บ้าน และ รวม 9 จุดเช็คอินแม่ฮ่องสอน ที่คุณไม่ควรพลาด!!